กว่าจะมาเป็น บ้านเรียนริมรั้ว ตอนที่ 1
ก่อนเข้าเนื้อหาของบทความ เราขอตั้งคำถามกับท่านผู้อ่านก่อนว่า
"เคยสังเกตใบหน้าของลูกๆเวลากลับจากโรงเรียนกันบ้างไหมคะ?" โดยส่วนตัวเราเอง ช่วงแรกๆก็เหมือนกับพ่อแม่ทั่วไป ที่ตื่นแต่เช้า เตรียมอาหาร ปลุกลูกให้ลุกขึ้นมาอาบน้ำ แต่งตัว ทานข้าว เพื่อเตรียมขึ้นรถรับ-ส่งไปโรงเรียนตั้งแต่เช้าตรู่ โดยช่วงเวลาที่เราได้อยู่กับลูกมีดังนี้ค่ะ
ช่วงเช้า
05.30 น. คือเวลาตื่นขึ้นมาอาบน้ำของลูก
06.30 น. รถรับส่งมารับที่หน้าบ้าน
ช่วงเย็น
18.00 น. รถรับส่งมาส่งที่หน้าบ้าน
18.30 น. เด็กๆอาบน้ำ ทานข้าว
19.00 น. เด็กๆเริ่มทำการบ้าน จัดกระเป๋าตามตารางสอน หรือ วัสดุต่างๆตามที่คุณครูสั่ง สำหรับเรียนในวันถัดไป
ช่วงกลางคืน
21.30 - 22.00 น. เข้านอน(หลังจากทำกิจกรรมข้างต้นเสร็จ)
ทั้งหมดนี้ คือเวลาที่เราได้อยู่กับลูก ในแต่ละวันค่ะ วนเวียนกันอยู่อย่างนี้ซ้ำๆ จันทร์-ศุกร์
เป็นเช่นนี้มาหลายปี พร้อมผลการเรียนที่ดีเยี่ยมตามใบประเมินของโรงเรียน โดยที่เราไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังหลงอยู่ในวังวนอันหลอก(ตัวเอง)ลวง. . .
แล้วจุดเปลี่ยนก็มาถึง...
เมื่อลูกชายนำผลการเรียนมาให้ แล้วเราเห็นว่าเกรด มันตกลงไปเยอะมากๆ จากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เรารับไม่ได้ เราถามลูกว่า ทำไม? ทำไมถึงไม่ตั้งใจเรียน ทำไมคะแนนหนูแย่แบบนี้ และทำสิ่งที่ผิดพลาด แบบสามัญที่สุด นั่นก็คือการตี! ผลที่ได้คือความเจ็บปวดพร้อมน้ำตาของลูก และการคุมเข้มลูกทำแบบฝึกหัดทุกเย็น
ชีวิตเราและลูกวนเวียนอยู่กับการหลอกตัวเองในสังคมสำเร็จรูป จนกระทั่งวันหนึ่ง เรากำลังยืนรอรับลูกอยู่หน้าบ้าน แล้วได้สังเกตใบหน้าของลูกชัดๆ ยามพวกเขาก้าวลงมาจากรถตู้ แล้วเดินตรงเข้ามาหา
ดวงหน้าเล็กๆนั้นอิดโรย ใต้ดวงตาบวมคล้ำ นัยน์ตาแห้งแล้ง ไม่มีความสดใส สนุกสนานสมวัย บนดวงหน้าอ่อนเยาว์ให้เราได้เห็น พร้อมเกิดคำถามหนึ่งขึ้นมาบนหัว ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เราทำอะไรลงไป
"นี่เราทำอะไรกับลูกของเรา?"








Comments